พระธาตุดอยเวียงชัยมงคล พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ที่ตั้งทัพ ๗๓๐ ปี วัดแรกของอำเภอพร้าว

วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ พระมหาธาตุเจดีย์โบราณที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอพร้าว มีอายุการสร้างถึง ๗๓๐ ปี สัญลักษณ์หลักแดนเขตเมืองพร้าว ที่พักทัพตั้งทัพของกษัตริย์ล้านนาในอดีต

เพราะยังปรากฏร่องรอยแนวคู่ค่ายให้เห็นโดยรอบ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เก่าแก่และสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของอำเภอพร้าว ซึ่งมีประวัติกล่าวโดยย่อสามารถแบ่งออกเป็นยุคต่างๆ ได้ดังนี้

ยุคที่ ๑ อ้างในตำนานพระเจ้าเลียบโลก เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเดินทางมายังดินแดนสุวรรณภูมิเขตล้านนาไทย พระพุทธองค์ทรงเสด็จมายังม่อนดอยเวียง (ปัจจุบันคือวัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล) พร้อมพระอานนท์เถระ เมื่อชาวบ้านทราบข่าวจึงได้พากันมาทำบุญใส่บาตรฟังธรรมอุปัฏฐากดูแลพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอานนท์ทุกวัน

ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จเดินทางออกจากเขตแดนเมืองพร้ว พระพุทธเจ้าทรงมอบเส้นพระเกศาให้กับชาวบ้านไว้กราบไหว้สักการระบูชาพร้อมกับได้พุทธทำนายไว้ว่า ต่อไปสถานที่แห่งนี้จะเจริญรุ่งเรืองเป็นที่ตั้งมั่นแห่งพุทธศาสนาในอนาคตกาลขัางหน้า จากนั้นชาวบ้านจึงสร้างพระธาตุเจดีย์บรรจุเพื่อรักษาพระเกศาของพระพุทธเจ้าไว้ ณ ที่แห่งนี้สืบมา

ยุคที่ ๒ สมัยราชวงค์มังรายมหาราช พระญามังรายได้สร้างเมืองพร้าวขึ้นในปี พ.ศ.๑๘๒๔ จากนั้นได้เดินทางมุ่งสู่หิริภุญชัยนคร ระหว่างทางได้พักทัพบริเวณพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล ทรงสร้างพระธาตุขนาดใหญ่ครอบพระธาตุให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมและสร้างแนวคูค่ายและขุดแนวกำแพงรอบวัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคลไว้ถึงห้าชั้น เพื่อเป็นที่ตั้งทัพและพักทัพเมื่อเข้าสู่เมืองพร้าวหรืออำเภอพร้าวในปัจจุบัน

ยุคที่ ๓ เมื่อครั้งพระยาปราบสงคราม (พญาผาบ) แม่ทัพผู้ปกครองแขวงหนองจ๊อมที่ทนต่อการเก็บภาษีส่วนกลางที่กดดันชาวบ้านอย่างหนักไม่ได้ จึงรวมกลุ่มสร้างวีรกรรมุ่งสังหารเจ้านายภาษีและผู้บริหารจากส่วนกลางหวังเพื่อปลดแอกให้แก่ประชาราษฏร์ผู้ยากไร้ในปี พ.ศ.๒๔๓๒ แต่ไม่สำเร็จ

จึงหนีมาตั้งทัพบนพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล ก่อนที่จะเดินทางไปยังเมืองเชียงตุง ซึ่งปัจจุบันได้ขุดพบเงินตราสมัยรัชกาลที่ ๕ จำนวนหนึ่งและจากคำบอกเล่าของคนในชุมชน

ยุคที่ ๔ เมื่อครั้งครูบาเจ้าศรีวิชัยเดินทางมาที่ตำบลโหล่งขอด เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๔ พร้อมด้วยผู้ติดตามหลายร้อยคน ใกล้พลบค่ำครูบาได้ชี้นิ้วมายังวัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคลได้กล่าวคำพูดปริศนาไว้ว่า

ในตำบลโหล่งขอดยังมีพระธาตุสำคัญและศักดิ์สิทธิ์อีกคือพระธาตุดอยเวียง เวียงเก่าที่มีคูเวียงล้อมลอบ เมื่อใดก็ตามที่พระธาตุนั้นได้รับการบูรณะเสร็จสมบูรณ์ ชาวโหล่งขอดจะทำนาเป็นข้าวสาร ผู้ร่วมสร้างจะร่ำรวยด้วยโภคะทรัพย์ อยู่เย็นเป็นสุข

ยุคที่ ๕ ยุคปัจจุบันโดยพระอาจารย์นพบุรี มหาวณฺโณและชาวบ้านค้นพบเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๔๖ และเริ่มบูรณะปฏิสังขรณ์สร้างวัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคลขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

โดยได้สร้างถาวรวัตถุที่สำคัญต่างๆให้ใกล้เคียงตามแบบศิลปะล้านนาเดิมมากที่สุด ที่ควรค่าแก่การศึกษา อนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นที่กราบไหว้สักการะบูชาสืบไป

ข้อมูล วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล

ข่าวมุมเหนือ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

shares