“สี่แยกข่วงสิงห์” นามนี้สำคัญไฉน?

จุลศักราช 1163 หรือปี พ.ศ 2344 พระเจ้ากาวิละ ผู้ครองนครเชียงใหม่ โปรดให้ก่อสิงห์ปูนปั้นสีขาว ยืน 2 ตัว แต่ละตัวอยู่ภายในซุ้มครอบ ตัวหนึ่งหันหน้าไปทางทิศเหนือ อีกตัวหนึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แล้วทำพิธีอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้มาสถิตย์ เป็นเดชานุภาพของเมือง

ซึ่งเดิมทีเป็นลานโล่งกว้างที่เรียกว่า “ข่วง” อยู่นอกเมืองเชียงใหม่ทางทิศเหนือ ห่างจากประตูช้างเผือก ซึ่งเป็นประตูเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 2 กิโลเมตร

ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อกองทัพจะออกไปต่อสู้กับข้าศึกก็จะต้องมาทำพิธี อันเป็นมงคลแก่กองทัพ ต่อมา เจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่ ลำดับที่ 7 (พ.ศ 2416-2439) โปรดให้สร้างวัดขึ้นไว้บริเวณใกล้กันหนึ่งวัด คือ “วัดข่วงสิงห์ชัยมงคล” และภายหลังจึงได้ชื่อว่า สี่แยกข่วงสิงห์ชัยมงคล หรือแยกข่วงสิงห์ในปัจจุบัน

เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่มารับตำแหน่งเจ้าเมืองก็จะต้องมากราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

เมื่อครั้งฉลองเมืองเชียงใหม่ 700 ปี(พ.ศ 2539) หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันบูรณะ ซ่อมแซมข่วงสิงห์ พร้อมกับปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ ด้วยการขุดคูน้ำล้อม แล้วยกพื้น ก่ออิฐถือปูนเป็นลานกว้าง มีบันไดทางขึ้นอยู่ด้านหน้า ทิศตะวันออก สิงห์แต่ละตัว สูงประมาณ 2 เมตร ทาสีขาวภายในซุ้ม

ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ ถนน เชียงใหม่-แม่ริม(โชตนา) ใกล้สี่แยกข่วงสิงห์ ตำบล ช้างเผือก อำเภอ เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ 2478

ข่าวมุมเหนือ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

shares