ชงเรื่องเสนอสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กฎการบิณฑบาตพระภิกษุสงฆ์ 6 ข้อ

ทางสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา ได้ทำหนังสือเสนอมหาเถรสมาคม และแจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขออนุมัติแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบิณฑบาตของพระภิกษุสงฆ์   ที่ไม่เอิ้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย 

โดยระบุว่ามีการร้องเรียนผ่านระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ กรณีการบิณฑบาตของพระสงฆ์  ที่ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย  เช่น การบิณฑบาตรก่อนอรุณ  การกลับเข้าวัดเกินเวลาที่กำหนด  รับบิณฑบาตมากเกินความจำเป็น หรือถ่ายเทอาหารให้บุคคลภายนอก นั่งหรือยืนปักหลักบิณฑบาตบริเวณหน้าร้านค้า ตลอดจนนำอาหารที่ได้รับมาให้ร้านค้าจำหน่ายต่อ รวมทั้งหวังแต่ลาภสักการะ เมื่อบิณฑบาตแล้ว อาหาร ดอกไม้ ธูป เทียนที่ได้ไม่นำกลับวัด ทิ้งไว้ข้างทาง ซึ่งทั้งหมดเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมแก่สมณวิสัย ทำให้ผู้ใส่บาตรและผู้ที่พบเห็นเสื่อมความศรัทธา เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่พระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์

                ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว และลดปัญหาข้อร้องเรียน สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมจึงเห็นควรนำเรื่องดังกล่าวเสนอมหาเถรสมาคม  กำหนดแนวทางปฏิบัติของพระสงฆ์จากกรณีดังกล่าว เพื่อพิจารณา รวม 6 ข้อ คือ 1. การออกบิณฑบาตของพระภิกษุสามเณร  จะต้องออกบิณฑบาตรเวลาได้รับอรุณ และไม่ควรบิณฑบาตรเกินเวลา 08.00 น.  2. การบิณฑบาตโดยยืนหรือนั่งประจำที่ตามร้านขายอาหาร หรือบิณฑบาตโดยเร่ร่อนไปตามสถานที่ต่าง ๆ นอกพื้นที่บิณฑบาตแห่งวัดตนไม่สมควรกระทำ  3. การบิณฑบาตด้วยการนั่งรับบาตร หรือนั่งในรถรับบาตรไม่สมควรกระทำ 4. สถานที่ที่เป็นแหล่งโคจร พระภิกษุไม่ควรเข้าไปบิณฑบาตร 5. การบิณฑบาตไม่ควรสูบบุหรี่ สวมรองเท้า พูดคุยกันโดยไม่มีเหตุจำเป็น ถ่ายเทอาหาร หรือทิ้งดอกไม้ให้กับเจ้าของร้านอาหาร หรือแย่งกันรับของปัจจัย  และ 6. เมื่อบิณฑบาตเสร็จแล้วไม่ควรสวดยถา หรือ สัพพี

                ทั้งนี้ให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในทุกระดับ ตลอดจนพระวินยาธิการ คอยตรวจตรา สอดส่อง ดูแล พระภิกษุสงฆ์-สามเณรในการบิณฑบาต ให้เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย โดยยึดหลักเสขียวัตรเป็นเกณฑ์

                                                                ————————————————— 

โชติ  นรามณฑล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

shares