พิษณุโลก| หวิดสิ้นชื่อพี่เมียแค้นน้องเขย ที่เป็น อดีต สจ.ชื่อดัง คว้าปืนยิงบาดเจ็บสาหัส

พี่เมียสุดทน หลังถูกน้องเขย ซึ่งเป็นอดีต สจ.ดัง และอดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ข่มขู่และหาเรื่องเป็นประจำ คว้าอาวุธปืนลูกซองแฝดยิงด้านหลัง อาการสาหัส ต้องหามส่งโรงพยาบาล หลังก่อเหตุพี่เมียรอมอบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยอมรับสารภาพว่ามีปัญหาส่วนตัวกันสะสมกันมานาน


เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 24 พ.ย. ร.ต.อ.หญิงชญานันท์ ชัยกาวิน ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุยิงกัน ที่บริเวณบ้าน 21 ม.11 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พร้อม พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน 6 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ทั้งในและนอกเครื่องแบบ


ในบริเวณเกิดเหตุใกล้กับบ้านหลังดังกล่าว กำลังมีการถมดินและก่อสร้างอาคารหลังใหม่ โดยผู้ถูกยิงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อนายวันชาติ วิเลิศ อายุ 57 ปี อดีต สจ. และประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกหลายสมัย ถูกยิงเข้าที่บริเวณชายโครงด้านขวากระสุนทะลุด้านหน้า ได้รับบาดเจ็บเจ็บสาหัส ทางแพทย์เร่งช่วยเหลือให้อ๊อกชิเจนอย่างเร่งด่วน
ส่วนผู้ต้องหาไม่ได้หลบหนีไปไหนยืนมอบตัวอยู่ที่เกิดเหตุทราบชื่อนายทัศนะ โพธิ์ศรี อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาวแฝด จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนที่ยังในลำเพลิงที่ยังไม่ได้ยิงอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวพร้อมของกลางไปทำการสอบสวนที่สถานีตำรวจ


เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สาเหตุเนื่องจากมีความแค้นฝังใจมานาน กับนายวันชาติ ผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องเขย และมีการกระทบกระทั่งกันและถูกต่อว่ามาตลอด แต่ตนก็อดทน และเก็บกดความรู้สึกเอาไว้ โดยก่อนเกิดเหตุวันนี้ผู้บาดเจ็บ ได้เข้ามาต่อว่านายทัศนะ อย่างรุนแรง จนทำให้เกิดความแค้น และไปแจ้งความเอาไว้เป็นหลักฐานเอาไว้ ซึ่งคิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้น กระทั่งเวลาต่อมา ผู้บาดเจ็บกลับย้อนมาเป็นครั้งที่สอง ตะโกนดุด่าใส่อย่างโมโห ทำให้นายทัศนะ ซึ่งมีความกดดันอยู่ก่อนหน้า และเก็บความแค้นอีกครั้ง จึงได้คว้าปืนภายในบ้าน มายิงนายวันชาติ ขณะนายวันชาติ อยู่อยู่หน้าบ้าน 1 นัด จนนายวันชาติ ได้ผู้บาดเจ็บและล้มลง ก่อนจะมีญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ส่วนผู้ต้องหายืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ดำเนินคดีข้อพยายามฆ่า และครอบครอบอาวุธปืนไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวจะมีทะเบียนก็ตาม แต่เป็นชื่อของบิดา

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

shares