หมอกควันไฟป่าคลุมเมืองแม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่นละอองเพิ่มสูงอันดับหนึ่ง

สถานการณ์หมอกควันไฟป่าและการเกิดไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังถือว่ารุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  มีไฟป่าเกิดขึ้นให้เห็นบนเทือกเขาและสองข้างถนนทางหลวงสายหลักหมายเลข 1095 และ 108  ในทุกอำเภอเป็นช่วง ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่มองว่าเป็นการลักลอบเผาเพื่อลดปริมาณการสะสมของเชื้อเพลิง จำพวกใบไม้แห้ง เศษวัชพืช และการเผาเพื่อประโยชน์ในการหาของป่า ตลอดจนเป็นการบุกเบิกพื้นที่หวังผลทางการเกษตร  จนส่งผลให้ควันไฟป่าปกคุมเมืองแม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก p.m 2.5  เกินมาตรฐาน ติดต่อกันมานาน 3 สัปดาห์ สูงสุดอยู่ที่ 166 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ กระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและสุขภาพของผู้คน

                หลังค่าฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน  จึงมีมาตรการเข้มข้นที่จะแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้เบาบางลง  โดยมีคำสั่งให้ทุกอำเภอห้ามเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด พร้อมคุมเข้มบุคคลคนเข้าไปในเขตป่าต้องรายงานการเข้าและออก และห้ามนำวัสดุที่ก่อให้เกิดประกายไฟทุกชนิดเข้าไปในป่า โดยผู้ฝ่าฝืนลักลักลอบเผาป่าหรือทำให้เกิดไฟลุกลามเข้าป่าจะมีโทษทั้งจำและปรับ

                นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า “ สาเหตุที่หมอกควันไฟป่าปกคุมเมืองแม่ฮ่องสอนหนาแน่น เนื่องจากภูมิประเทศบางส่วนเป็นแอ่งกระทะ ทำให้เกิดความผันผวนของแรงลม หากลมนิ่งฝุ่นละอองก็จับตัวกันค่อนข้างมาก แต่ถ้าเกิดกระแสลมก็จะพัดฝุ่นละอองกระจายตัวออกไป ทำให้ฝุ่นละอองจางลง ซึ่งสังเกตุได้ในช่วงเช้าอากาศนิ่งค่าฝุ่นละอองจะสูง แต่พอช่วงบ่ายมีกระแสลมพัดหมอกควันก็จางลง ค่าฝุ่นละอองก็จะลดต่ำ

อย่างไรก็ตามจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยกำหนดมาตรการไว้ 3 ขั้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นรับมือ ออกประกาศจังหวัดแจ้งไปทุกอำเภอให้งดการเผาเศษวัสดุเชื้อเพลิงทุกประเภท ทั้งการเผาขยะ ใบไม้ เศษวัชพืชต่าง ๆ และมีการควบคุมอย่างต่อและเห็นผล  พร้อมมีการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังจนกว่าสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก p.m.2.5 จะเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ชาวบ้านนำใบไม้มาใช้ประโยชน์ โดยเก็บใบไม้มาจำหน่ายให้กับบริษัทที่รับซื้อเพื่อนำไปทำถ่านอัดแท่ง  และแปรรูปเป็นภาชนะใส่อาหาร โดยมีเป้าหมายรับซื้อใบไม้ในทุกพื้นที่รวม 200 ตัน ขณะนี้รับซื้อไปแล้วกว่า 40   ตัน 

                ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปอีกว่า หากดำเนินการตามแผนมาตรการควบคุมไฟป่าและหมอกควันอย่างเต็มที่แล้ว แต่ปัญหายังไม่คลี่คลายหรือเข้าขั้นวิกฤติ ก็จะได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย กองทัพบก กองการบินกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมฝนหลวง เพื่อสนับสนุนการดับไฟทางอากาศยานและการดำเนินการทำฝนหลวงในพื้นที่ต่อไป

            ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธ์พืชนายหนึ่ง ระบุว่า สาเหตุไฟป่าเกิดจากการเผาป่าเพื่อบุกรุกพื้นที่ทำการเกษตรและหาของป่า โดยตามความเชื่อแล้วถ้าเทือกเขาจุดใดที่เกิดไฟป่าจะทำให้เห็ดถอบออกมากในช่วงเริ่มฤดูฝน และจากที่ได้บินสำรวจพบว่าไฟป่าส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนเทือกเขาสูงที่ยากต่อการนำกำลังเข้าไปดับไฟ

            ส่วนศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดแม่ฮ่องสอน สรุปสถานการณ์การเกิดไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 พบจุดความร้อนในระบบ Modis  จำนวน  280  จุด สูงสุดที่ อ.แม่สะเรียง 77 จุด และพบจุดความร้อนในระบบ Viirs จำวน 3,268 จุด สูงสุดที่ อ.ปาย 873 จุด ซึ่งคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ

            ด้าน น.พ.ศุภชัย บุญอัมพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน แจ้งเตือนประชาชนให้ใส่ใจสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่สูงกว่ามาตรฐานอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยขอให้ประชาชนไปขอรับหน้ากากอนามัยได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน  พร้อมขอให้งดออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง และใช้ผ้าปิดจมูกป้องกันการสูดดมฝุ่นละอองขณะออกไปทำธุระนอกบ้าน

 โชติ นรามณฑล ข่าวแม่ฮ่องสอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

shares