หน้าแรก ข่าวเชียงใหม่ 2 เขื่อนใหญ่ภาคเหนือ น้ำยังต่ำกว่าเป้า อธิบดีกรมฝนหลวงลงพื้นที่ติดตาม

2 เขื่อนใหญ่ภาคเหนือ น้ำยังต่ำกว่าเป้า อธิบดีกรมฝนหลวงลงพื้นที่ติดตาม

132
0

วันนี้ (26ต.ค.64) นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามผลการปฏิบัติการฝนหลวงและการเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน/อ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ

คลิปวีดีโอ

โดยช่วงเช้าได้เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด เชียงใหม่ โดยมีนายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่และนายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธาราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

นายสำเริงแสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าปัจจุบันแม้ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือจะมีฝนตกอย่างหนักผนวกกับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือจ.เชียงใหม่ได้ออกปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เขื่อน/อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณเพียงพอต่อการช่วยเหลือพื้นที่ภาคเกษตรแต่กรมฝนหลวงฯยังคงต้องเดินหน้าออกปฏิบัติการทำฝนหลวงไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้

โดยเน้นชี้เป้าเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนกักเก็บน้ำหรือเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับ 2 เขื่อนใหญ่หลักๆคือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่และเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก ซึ่งปัจจุบันยังมีปริมาณน้ำต้นทุนต่ำกว่าเกณฑ์เพื่อสำรองไว้เป็นน้ำต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี2565โดยสถานการณ์น้ำในเขื่อนแม่กวงฯ ณ วันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมาปริมาณน้ำในอ่าง 68 ล้านลบ.ม.หรือ 25.88% ของความจุอ่างฯ น้ำใช้การได้ 54 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งถือว่าปริมาณน้ำต้นทุนยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำอยู่มาก

                    อย่างไรก็ตามสำหรับผลดำเนินงานปฏิบัติการทำฝนหลวงของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือมีแผนปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือประจำปี 2564 ที่ผ่านมานั้นรับผิดชอบดูแลพื้นที่การเกษตร 7จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยาและตากและเขื่อนขนาดใหญ่จำนวน 6 แห่งได้แก่ 1. พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล 2. เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล 3.เขื่อนแม่กวงอุดมธารา 4. เขื่อนกิ่วลม 5.เขื่อนกิ่วคอหมาและ 6. เขื่อนแม่มอก โดยผลปฏิบัติการระหว่างวันที่ 1ก.พ. – 24 ต.ค. 2564 ที่ผ่านมา(หน่วยงานปฏิบัติการฝนหลวงเชียงใหม่และตาก) หน่วยฯเชียงใหม่ทำการบิน 142 วัน ส่วนหน่วยฯตาก
ทำการบิน 110 วันรวม 706 เที่ยวบินช่วยเหลือครอบคลุมในพื้นที่เชียงใหม่ ตาก ลำพูนลำปาง พะเยา เชียงรายและแม่ฮ่องสอน ส่วนผลปฏิบัติการฝนหลวงการช่วยเหลือพื้นที่เกษตรที่ประสบภัยแล้งพบว่าบริเวณที่มีฝนตก 10 จังหวัด 76 อำเภอได้แก่เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา ตาก แม่ฮ่องสอน แพร่ กำแพงเพชร สุโขทัย

ทั้งนี้ข้อมูลจากการบินสำรวจพื้นที่การเกษตรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ช่วงกลางเดือนตุลาคม
ที่ผ่านมาพบว่าในพื้นที่ทางการเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่อาทิ อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ไชยปราการ อ.พร้าวและอ.เชียงดาว ข้าวระยะเริ่มแก่และมีบางส่วนเริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้วส่วนพื้นที่ที่ปลูกข้าวโพดมีทั้งเริ่มออกดอกและเริ่มแก่และมีหลายพื้นที่ปลูกมันฝรั่งและลำไยใบเขียวสดและเริ่มมีการตัดแต่งกิ่ง ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจส่วนผลปฏิบัติการฝนหลวงการเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนขนาดใหญ่ 6 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือประกอบด้วย
เขื่อนภูมิพลเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธาราเขื่อนกิ่วลมเขื่อนกิ่วคอหมาและเขื่อนแม่มอก ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนรวม 301.55 ล้านลบ.ม. ส่งผลให้ปัจจุบันเขื่อนทั้ง6แห่งมีปริมาตรน้ำในเขื่อนรวม 8,238 ล้านลบ.ม.

นายสำเริงยังได้กล่าวถึงแผนการปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือประจำปี 2565 ด้วยว่าแบ่งเป็น 4 ช่วงช่วงที่1 (ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน) จะเน้นแผนบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่า (ลดความหนาแน่นของหมอกควันและลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 รวมทั้งการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้) ช่วงที่2 (ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม) เน้นแผนการยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ(บรรเทาและลดความเสียหายจากการเกิดพายุลูกเห็บในพื้นที่การเกษตร) ช่วงที่3(ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กันยายน)


เน้นแผนการป้องกันและแก้ไขภัยแล้ง(สร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้และเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เกษตรกรรม) และช่วงที่4(ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม) เน้นแผนการเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนกักเก็บน้ำ(เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนต่างๆทั่วประเทศเพื่อสำรองไว้เป็นนำต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง)

                    นอกจากนี้กรมฝนหลวงฯยังมีแผนพัฒนาปฏิบัติการฝนหลวงให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์มากยิ่งขึ้นด้วยการผลักดันโครงการวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงสำหรับพื้นที่เขตเงาฝนบริเวณภาคเหนือของประเทศไทยอีกด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่ภาคเหนือมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวเขาสูงทอดตัวยาวในแนวเหนือใต้ปกคลุมเป็นส่วนมากจึงทำให้เกิดเขตเงาฝนซึ่งได้รับปริมาณฝนค่อนข้างน้อยและไม่เพียงพอต่อกิจกรรมด้านการเกษตรประกอบกับการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เขตเงาฝนในบางครั้งอากาศยานไม่สามารถบินทำงานกับกลุ่มเมฆที่กำลังก่อตัวอยู่ในพื้นที่ได้เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานอยู่ในหลายประเทศ

                   ด้านนายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเขื่อนมีพื้นที่รับน้ำฝนเหนือเขื่อน 569 ตารางกิโลเมตรปริมาณฝนเฉลี่ย 1,250 มม./ปีปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 250 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปีสามารถจุน้ำได้ 263 ล้านลูกบาศก์เมตรเพื่อกักเก็บน้ำสำหรับการเกษตรและป้องกันน้ำท่วมบริเวณสองฝั่งของลำน้ำแม่กวงในเขตอำเภอดอยสะเก็ด สันกำแพง สารภี จังหวัดเชียงใหม่และอำเภอป่าซาง อำเภอเมืองจังหวัดลำพูน ทั้งนี้ด้วยลักษณะลุ่มน้ำของเขื่อนที่มีขนาดเล็กแต่ปริมาณความต้องการใช้น้ำในพื้นที่รับประโยชน์จากเขื่อนมีปริมาณมากทำให้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาปริมาณน้ำเก็บกักในเขื่อนมีค่อนข้างน้อยซึ่งจำเป็นต้องมีการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนที่ตกลงสู่พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนสำหรับเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของเขื่อนสำหรับกิจกรรมทางการเกษตรมากขึ้น

Like (0)
บทความก่อนหน้านี้นักกีฬาลูกเด้งโรงเรียนบ้านศาลา และยิมสามบาทเชียงใหม่ คว้ารางวัล
บทความถัดไปเจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ ส่งมอบอดีตช้างลากไม้กลายมาเป็นช้างของแผ่นดิน