หน้าแรก ข่าวจังหวัดพะเยา พะเยา | หนุ่มใหญ่ดอกคำใต้ ผลิตปุ๋ยไส้เดือน เพาะพ่อแม่พันธ์ เสริมรายได้หลักหมื่น

พะเยา | หนุ่มใหญ่ดอกคำใต้ ผลิตปุ๋ยไส้เดือน เพาะพ่อแม่พันธ์ เสริมรายได้หลักหมื่น

143
0

หนุ่มใหญ่วัย 59 ปี ในพื้นที่ตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ผลิตปุ๋ยจากมูลไส้เดือนในกะละมัง ไว้ใช้และขายสร้างรายได้ หลังที่ผ่านมาพบว่าการทำเกษตรแบบใช้สารเคมีส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และผู้คนเริ่มหันมาสนใจการทำเกษตรแบบอินทรีย์เป็นจำนวนมาก จึงหันมาทำการผลิตปุ๋ยจากมูลไส้เดือน ออกจำหน่าย นอกจากนั้นยังทำการจำหน่ายพันธ์ไส้เดือนเป็นพ่อแม่พันธ์ สร้างรายได้ต่อเดือนมากกว่า 10,000 บาท


นายมานพ มิ่งขวัญ หนุ่มรุ่นใหญ่วัย 59 ปีในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้จังหวัดพะเยา พร้อมกับภรรยาต้องช่วยกันดูแลผลผลิตการเลี้ยงไส้เดือนรวมทั้งบรรจุปุ๋ยไส้เดือนเพื่อเตรียมนำออกจำหน่าย

หลังจากที่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ตนเองได้หันมาเลี้ยงไส้เดือนพันธ์ AF หรือ อเมริกัน ไนคอร์เร้อ เพื่อทำการผลิตปุ๋ยไส้เดือนไว้ใช้ในครัวเรือนและนำออกจำหน่าย ซึ่งพบว่าสามารถที่จะผลิตปุ๋ยได้เป็นอย่างดีและนำออกจำหน่ายเป็นที่ต้องการของตลาด


โดยนายมานพ เล่าว่า ตนเองได้หันมาเลี้ยงไส้เดือนดังกล่าว เมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมาโดยนำพันธ์ AF หรือ อเมริกัน ไนคอร์เร้อ ซึ่งเป็นพันธ์ที่กินเก่งและผลิตปุ๋ยได้อย่างรวดเร็ว นำมาเลี้ยงโดยใช้มูลวัวมาหมัก จากนั้นก็จะนำมาเลี้ยง โดยปัจจุบันตนเองเลี้ยงไส้เดือนโดยใช้กะละมังในการเลี้ยง ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดจำนวน 150 ใบ ซึ่งไส้เดือนดังกล่าวนั้นจะสามารถผลิตปุ๋ยเริ่มตั้งแต่การเลี้ยงในห้วง 14 วัน ก็จะสามารถที่จะเริ่มได้ปุ๋ยจากมูลไส้เดือนแล้ว

ซึ่งผลผลิตปุ๋ยที่ไส้เดือนจะผลิตปุ๋ยให้ให้ต่อเดือนมากกว่า 1,000 กิโลกรัม จากนั้นก็จะนำปุ๋ยดังกล่าวออกมาผึ่งและบรรจุถุงจำหน่าย ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท โดยจะแพ็คเป็นถุงขนาด 2 กิโลกรัมจำหน่าย 20 บาทซึ่งในแต่ละรอบนั้นก็จะมีลูกค้ามาสั่งเพื่อนำออกไปจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น พ่อแม่พันธุ์ไส้เดือนดังกล่าวเราก็จะมีการจำหน่ายให้กับลูกค้าที่มีความต้องการ ซึ่งจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 350 บาท โดยในแต่ละเดือนก็จะสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวเดือนละมากกว่า 10,000 บาท


นายมานพ มิ่งขวัญ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 165 หมู่ 5 ตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา โทร 087-2075359

อนันต์ ข่าวพะเยา รายงาน

Like (0)
บทความก่อนหน้านี้คนแม่ฮ่องสอน โอดครวญ..ราคาน้ำมันแพงสูงสุดในประเทศไทย
บทความถัดไปเชียงใหม่ปลุก เศรษฐกิจการท่องเที่ยวชุมชน เตรียมจัดงาน “ชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา”