หน้าแรก ข่าวจังหวัดพะเยา เชียงคำไม่ธรรมดา กะละแมโบราณสูตรของไทลื้อ อร่อยจนหยุดไม่อยู่

เชียงคำไม่ธรรมดา กะละแมโบราณสูตรของไทลื้อ อร่อยจนหยุดไม่อยู่

880
0

ไปพะเยาเป็นต้องแวะซื้อ “กะละแมโบราณล้านนาเชียงคำ” กะละแมโบราณเป็นสูตรของไทลื้อ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา จุดเริ่มต้นของกะละแมโบราณ มาจากการทำขนมปาดซึ่งเป็นขนมพื้นบ้านของชาวไทลื้อมาแต่โบราณ นิยมทำในประเพณีงานบุญ ลักษณะขนมปาดคล้ายกับขนมชั้นแต่จะมีความนิ่มมากกว่า

เกษตรกรกลุ่มแม่บ้านดอนไชย หมู่ที่ 5 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เริ่มจากการรวมตัวของสมาชิกแม่บ้านจำนวน 43 คน กลุ่มได้ทำขนมปาดและจำหน่ายในงานประเพณีสืบสานตำนานไทลื้อ โดยมีผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และซื้อกลับบ้านเป็นของฝาก แต่ขนมปาดมีข้อเสียคือ ไม่สามารถเก็บได้นานเกิน 3 วัน

หลังจากนั้นกลุ่มจึงได้ปรึกษาหารือภายในกลุ่มคิดเพื่อพัฒนาขนมที่มีลักษณะการกวนคล้ายกับขนมปาด สมาชิกกลุ่มมีความเห็นร่วมกันทำกะละแมแบบโบราณ โดยรูปแบบการทำคล้ายกับขนมปาด โดยการเปลี่ยนจากแป้งข้าวจ้าวเป็นแป้งข้าวเหนียว จากขนมปาดที่ใช้น้ำอ้อยเพื่อให้ขนมมีสีแดง เปลี่ยนเป็นกาบมะพร้าวเผาให้มีสีดำ โดยยึดหลักการทำแบบวิธีโบราณ

ส่วนประกอบที่สำคัญของกะละแมโบราณ มีแป้งข้าวเหนียว กะทิ น้ำตาล สีจากกากมะพร้าวเผา เกลือ น้ำเปล่า และผ่านกระบวนการการผลิตที่เน้นความดั้งเดิมแบบโบราณ ซึ่งจะเผากากมะพร้าวให้เป็นสีดำเผื่อนำมาผสมในเนื้อกะละแม แล้วห่อด้วยใบตองที่ผ่านการรีดให้หอม ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ไม่ใส่สี ไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์ เป็นกะละแมที่กินแล้วอร่อย หอม หวานเหนียวนุ่มลิ้นถูกปากดี

ทั้งนี้ ทางกลุ่มได้เล็งเห็นความสำคัญของรัฐบาลที่มีนโยบายมุ่งเน้นให้ประชาชนชาวไทย ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมีการพึ่งพาช่วยเหลือกันในกลุ่ม และได้ช่วยกันพัฒนากะละแมโบราณหลายครั้งจนสามารถเป็นสูตรกะละแม เป็นที่ยอมรับและรู้จักของพี่น้องชาวจังหวัดพะเยาและจังหวัดใกล้เคียง ว่ากะละแมโบราณของฝากจากเชียงคำ หอม หวาน มัน อร่อย ถูกหลักอนามัย ไม่เจือสี ไม่ใส่สารกันบูด จนสามารถผลิตออกจำหน่ายจนถึงปัจจุบัน

62/1 หมู่ 5 ถ. – ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา
โทร. 0-5475-1758, 08-1993-4814

Like (0)
บทความก่อนหน้านี้“ฉลาด กมลรัตน์” นักร้องนักดนตรีชาวจังหวัดอุบลราชธานีที่มาสร้างชื่อเสียงที่เชียงใหม่
บทความถัดไปเชิญช๊อป แชะ ชิม ผลิตภัณฑ์จากชุมชน ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2